วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

อนุโมทนากถา

ทุกเมืองสำคัญในประวัติศาสตร์ เจ้าเมืองหรือกษัตริย์จะอุปถุัมภ์กำลังคนที่มีฝีมือด้านงานเพื่อใช้งานรังสรรค์ในราชการงานบ้านเมืองและบำรุงพระศาสนา โปรดเกล้าฯ ให้ช่างมีฝีมือตั้งชุมชนในเขตเมืองเพื่อสะดวกในการใช้สอย

เมื่้อครั้งฤษีสุกกทันต์ และฤษีวาสุเทพ สร้างเมืองลำพูนเสร็จ ตำนานกล่าว่าฤษีได้เชิญพระนางจามเทวีจากละโว้มาเป็นกษัตริย์ ครั้งพระนางจามเทวีก็ได้นำกำลังคนทั้งสงฆ์และฆราวาสที่เป็นช่างฝีมือ เช่น ช่างเงิน ช่าคำ ช่าเหล็ก ช่างทอง ช่างต้อง ช่าแต้ม ช่างไม้ ฯลฯ อย่างละ 500 ติดตามมาตั้งถิ่นฐานในหริภุญไชยบนฝั่ง่น้ำแม่ปิง ตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.1310-1311

ครั้งพญามังราย (พ.ศ.1804-1584) แห่งลุ่มน้ำแม่กกเข้ายึดครองหริภุญไชยใน พ.ศ.1835 ผนกลุ่มน้ำแม่ปิงเข้ากับลุ่มน้ำแม่กก สถาปนาศูนย์อำนาจใหม่ทั้งที่เวียงกุมกามใน พ.ศ.1837 และเวียงเชียงใหม่ใน พ.ศ.1839 ก็ได้โปรดเกล้าฯ ให้นำกำลังคนที่เป็นช่างฝีมือมาตั้งถิ่นฐานในเวียงกุมกามและเวียงเชียงใหม่
พัฒนาการของชุมชนช่างในลุ่มน้ำแม่ปิงจึงมีหลักฐานปรากฏและผ่านกาลเวลายบาวนาน โดยเฉพาะที่เชียงใหม่ได้ปรากฏชื่อช่างต่าง ๆ จำนวนมาก (ดูชื่อช่างต่าง ๆ ในบทนำ) และมีจารึกกล่าวถึงกลุ่มคนที่เป็นช่างเช่นพวกต้องแต้ม รวมทั้งมีจารึกกล่าวถึงกลุ่มครัวเรือนและที่นาถวายวัดศรีสุพรรณเมื่อ พ.ศ.2043

การตั้งถิ่นฐานของชุมชนช่างในเวียงเชียงใหม ่ชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่พระเจ้ากาวิละ เจ้าหลวงเชียงใหม่ (พ.ศ.2325-2358) และน้องๆ นำกลังคนจากเมือง่ต่าง ๆ ทางตอนเหนือมาไว้ในเวียงเชียงใหม่ ดังเรียกกันต่อมาว่า "ยุคเก็บผักใส่ช้า เก็บข้าใส่เมือง" เช่น นำช่างครัวรักครัวหางและครอบครัวเจ้าฟ้าเชียงตุงมาไว้บริเวณวัดนันทาราม เป็นต้น

ช่วงตั้งแต่ พ.ศ.2544 โยมอาจารย์สมโชติ อ๋องสกุล ครั้งรับราชการที่คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทย่าลัยเชียงใหม่ ได้ทุนวิจัยของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) คือ โครงการวิจัยศึกษาประวัติศาสตร์ชุมชนในเชียงใหม่ ได้เข้าศึกษาประวัติศาสตร์ชุมชน โดยประสานงานกับเจ้าอาวาสและผู้นำชุมชน จัดประชุมปรึกษาหารือกันในบริเวณวัดเป็นประจำต่อเนื่องเป็นปี ๆ ทำให้เกิดองค์ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของวัดและชมชน รวมทั้งเกิดกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างชุมชน เช่น ทำให้เกิดการประงานระหว่าง 3 ชุมชนคือ ชุมชนวัดศรีสุพรรณ ชุมชนหมื่นสารบ้านวัวลาย และชุมชนนันทาราม เตรียมการจันกิจกรรมร่วมกันเรียกว่า "กาดหมั้ว คัวเงิน คัวฮัก คัวหาง" โดยเริ่มกิจกรรมรอบแรกครั้งแรกในวันที่ 1-2 พฤศจิกายน 2545 ณ วัดหมื่นสาร ครั้งสามในวันที่ 3-4 ทกี่ึท 2546 ณ วัดนันทาราม และครั้งที่สี่ในวันที่ 15-16 มีนาคม 2546 บนถนนวัวลาย และกลายเป็นต้นแบบกิจกรรมถนนคนเดินที่จัดโดยเทศบาลนครเชียงใหม่ เศรษฐกิจที่ซบเซาได้หวนคืนคึกคักอีกรอบหนึ่ง

นากจากนั้นโยมอาจารย์สมโชติยังได้นำชมรมจักรยานวันอาทิตย์เชียงใหม่และนำนักศึกษา นักวิชาการ สื่อโทรทัศน์ และผู้สนใจจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าเยี่ยมชมทวัดและชมชนเป็นประจำทำให้คนทั่วไปรู้จักวัดศรีสุพรรณและวัดหมื่นสารว่าเป็นศูนย์กลางชุมชนช่างครัวเงิน วันนันทารามเป็นศูนย์กลางชุมชนช่างครัวรักครัวหาง และวัดพวกแต้มเป็นแหล่งของการสร้างฉัตรและเครื่องสูง

โอกาสปี พ.ศ.2558 ครบ 60 พรรษาของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีและย่างเข้า พ.ศ.2559 จะครบ 60 รอบนักษัตรแห่งการสถาปนาเมืองเชียงใหม่(พ.ศ.1839-2559) อาตมาภาพจึงขออนุโมทนาเมื่อทราบว่าโยมอาจารย์สมโชติ อ๋องสกุลเตรียมจัดทำหนังสือประวัติศาสตร์ชุมชนช่าง 3 ช่างที่มีวัดทั้งสี่วัดเป็นศูนย์กลาง โดยมีตัวอย่าง่ผลงานช่าง่่จากชุมชนช่างในโตเกียว และช่างโบราณในอินโดนีเซียให้ชมด้วย เพื่อให้พระสงฆ์และศรัทธาวัดแต่ละวัดได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชุมชนและละชุมชน และมีมุมมองที่กว้างมากขึ้น ทางวัดจึงให้การสนับสนุนปัจจัยเพื่อเกเดหนังสือที่มีคุณค่าเผยแพร่ต่อสาธุชนในวงกว้างยิ่งขึ้นต่อไป

อนึ่ง อาตมาภาพขออนุโมทนาต่อโยมทุกคนที่ปรากฏชื่อเป็นผู้ร่วมสนับสนุนการตีพิมพ์ครั้งนี้ ขอกุศลจิตของโยมทุกคนส่งผมให้โยมเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ เทอญ

เจริญพร
พระครูปฏภาณธรรมพิศิษฐ์    เจ้าอาวาสวัดพวกแต้ม
พระครูสุทธิจิตตาภิรัต          เจ้าอาวาสวัดหมื่นสาร
พระครูวรธรรมปราโมทย์       เจ้าอาวาสวัดนันทาราม
พระครูพิทักษ์สุทธิคุณ         เจ้าอาวาสวัดศรีสุพรรณ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น