1.คำว่า "ช่าง" ในวัฒนธรรมล้านนา
ในวัฒนกรรมล้านนา คำว่า "ช่าง" (อ่านว่า จ้าง) มีหลายความหมาย แบ่งได้ดังนี้(1) ใช้เป็นคำกริยา หมายถึง ทำได้ หรือทำเป็น เช่น ช่างเยียะกิน คือทำกับข้าวหรือปรุงอาหารเก่ง ซึ่งในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่เรียก "ช่างแกงกิน"
(2) ใช้ในทางปฏิเสธ บ่ช่าง (อ่านว่า บ่จ้าง) หมายถึงไม่เป็น ไม่สามารถ ไม่เก่ง เช่น ตำนานพระยาเจืองกล่าวว่า "ข้าแต้มบ่ช่างแล" ปรากฏในวรรณกรรมเรื่องแสงเมืองหลงถ้ำ ใช้ในความหมายไม่สามารถ เช่น "บัดนี้เราก็บ่ช่างจักรับเอาไมตรีของฝากกับท่านทั้งหลาย"
(3) ใช้เป็นคำวิเศษณ์ เช่น ช่างเทอะ คือช่างเถิด หมายถึง ไม่เอาเป็นธุระด้วย หรือในความหมายว่ามักจะ เหรืออาจจะ ปรกฏในวรรณกรรมเรื่องโคลงหงส์ผาคำ ความว่า "เพื่อเขาช่างอู้อวด" "เขาช่างไปส่อ" นางช่างคิดช่างหย้องดูเถิงม ช่างเขา หมายถึง เชียวชาญหรือฉลาดในการช่าง, ช่างซ้าย หมายถึง ถนัดซ้าย บางครั้งเรียก "ขี้ซ้าย"
(4) ใช้เป็นคำนาม เช่น
1) ช่างเคริ่ง หมายถึง ตราชู หรือตาชั่งแบบจาน
2) ช่างมั่ง เป็นชื่อที่คนเชียงใหม่เรียกแหนเครือตัวผู้ซึ่งเป็นพรรณไม้เถา
3) ช่างช้า หมายถึง ข้าทาส
4) ช่างชิน หมายถึง ช่างผู้ชำนาญการ
5) ช่างปอง หมายถึง คนมีอุบายหรือความคิดริเริ่ม
6) ช่างเหล้นเบ้ย ช่างเหล้นแท่น หมายถึง นักการพนัน ปรากฏอนุโลมญาณกฏหมายโบราณ ความว่า "คนช่างเหล้นเบ้ยเหล้นแท่นนิ่ง"
7) แม่ช่าง หมายถึง หมอตำแย
(5) หมายถึงผู้ชำนาญงานอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ ช่างในความหมายทั่วไปซึ่งตรงกับภาษาพม่าว่า "สล่า" (อ่านว่า สะหล่า) ปรากฏในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ความว่า "พระเป็นเจ้าหื้อช่างผู้นั้นมาแปลงหน้าไม้" หรือในตำนานโยนกนาคนครชยบุรีศรีข้างแสนความว่า "แล้วก็หื้อช่างทั้งหลายมาห้างยังโขดเงินโขดคำ" ช่างในความหมายผู้ชำนาญนี้มีปรากฏในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ประเภทลายลักษณ์เช่นกฏหมายและวรรณกรรมจำนวนมาก เช่น
1) ช่างขาย คือ พ่อค้าแม่ค้า
2) ช่างเครื่อง คือ ช่างทำอาวุธ ปรากฏในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ความว่า "จัดแจง เอาช่างคล้อง 2 นายช่างเครื่อง ช่างเงิน"
3) ช่างเคิ่ง คือ ช่างทำเครื่องประดับตกแต่ง ปรากฏในจารึกล้านนา ความว่า "ช่างเหล็ก ช่างเคิ่ง ช่างเงิน ช่างคำ"
4) ช่างช้อย (อ่านว่า จ้างจ๊อย) คือ ผู้ขับลำนำจากคำประกพันธ์ประเภทคร่าวซอ ปรากฏในวรรณกรรมโคลงหงส์ผาคำ ความว่า "นักคุณทังฝูงช่างช้อยช่างชอเพิง" (นักคุณ หมายถึง นักดนตรีหรือนักแสดง)
5) ช่างซอ คือ นักขับเพลงซอ ปรากฏในดคลงหงส์ผาคำ ความว่า "นักคุณทังฝูงช่างฃ้อยช่างซอเพิง"
6) ช่างฟ้อน หรือช่างฟ้อร คือ นางรำ ปรากฏในอนุโลมญาณกฏหมายโบราณ ความว่า "ผิข้าช่างฟ้อนช่างตีกลอง"
7) ช่างปล้ำ คือ นักมวยปล้ำ ปรากฏในวรรณกรรมเรื่องโลกนัยชาดก ความว่า "เป็นลูกแห่งมัลละคือว่าเป็นลูกช่างปล้ำ"
8) ช่างกลองต๊อบ คือ ช่างทำหรือนักเล่นกลองสองหน้าขนาดเล็ก
9) ช่างแก้วแหวนเงินคำ คือ ช่างทำเครื่องประดับ
10) ช่างของมาลาดอกไม้ คือ ผู้ร้อยกรองดอกไม้ ปรากฏในตำนานโยนกนาคนครชยบุรีศรีช้างแส่น ความว่า "เมื่อนั้นชาวช่างของมาลาดอกไม้ผู้นั้นได้หันพระพุทธเจ้า"
11) ช่างขีด หรือช่างขีดลาย คือ ช่างวาด ปรากฏในมหาชาติภาคพายัพ ความว่า "ังหื้อช่างขีดลายลวงลายดอกดวงเกี้ยวรอด"
12) ช่างค้อง หรือช่างคล้อง (อ่านว่า จ้างก๊อง) คือ ช่างทำฆ้อง หรือดนักดนตรีผู้ตีฆ้องปรากกในอนุโลมญาณกฎหมายโบราณ ความว่า "ผิว่าฟันช่างแปลงกองช่างค้อง"
13) ช่างคำ คือ ช่างทำทองคำ ปรากฏในตำนานพระยาเจียง ความว่า "อันช่างคำหากติดต่อด้วยคำ"
14) ช่างเงิน คือ ช่างทำเครื่องเงิน ปรากฏในมังรายศาสตร์ ความว่า "มิได้เงินปลอมหื้อช่างเงินช่างคำผู้รู้ดู"
15) ช่างต้อง คือ ช่างแกะสลัก หรือช่างทำลวดลาย ปรากฏในอนุโลมญาณกฏหมายดลราณ ความว่า "ช่างต้องต้ายได้เสียงเงิน 4 ร้อยบาด"
16) ช่างดีกลอง หรือช่างตีกอง คือ คนตีกอง ปรากฏในอนุโลมญาณกฏหมายโบราณ ความว่า "ผิข้าช่างฟ้อรช่างตีกองช่าเป่าคุ่ยหื้ตาย"
17) ช่างตีกลองคำ คือ พนักงานตีกลองของกษัตรย์ ปรากฏในมาชาติภาคพายัพความว่า "ช่างตีกลองกคำกลองเงินและช่างหุ้ม จุ่งตีแต่คุ้มเราไป"
18) ช่างตีทอง คือ ช่างทำเครื่องทองเหลือง ปรากฏในตำนานพระเจ้าเลียบโลก ความว่า "พระเจ้าไปเมืองพะยาวจวบช่างตีทองผู้ 1"
19) ช่างตีละคุย (อ่านว่า จ้างตี๋ละกุย) หรือช่างชก คือ นักมวย ปรากกในอนุโลมญาณกฏหมายโบราณ ความว่า "ผิข้าช่างตีละคุยตายได้เสียเงิน 5 ร้อยบาด" ในวรรณกรรมเรื่องหงส์ผาคำความว่า "ทั้งช่างชกช่างลายเชิง วิดวิ่ง ไปนัน"
20) ช่าแต้ม คือ ช่างวาดหรือช่างเขียน ปรากฏในอนโลมญาณกฏหไมายโบราณ ความว่า "ช่างแต้มตายได้เสียเงิน 5 ร้อยบาด"
21) ช่างถากไม้ คือ ช่างไม้ ปรากฏในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ความว่า "เจ้ามังรายก็หื้อหาช่างไม้ผู้ชื่อกานโถมมา"
22) ช่างทอหูก คือ ช่างทอผ้า ปรากฏในอนาคตวงศ์ความว่า "แล้วก็เลือกเอาช่างทอหูทั้งหลาย"
23) ช่างธะล้อ คือ ช่างทำสะล้อ หรือคนสีสะล้อ ปรากฏในอนุโลมญาณกฏหมายโบราณความว่า "ผิข้าฟันช่างสว่า ข้างธล้อ สีซอตาย"
24) ช่างปั้นหม้อ ปรากฏในตำนานพระจ้าเลียบโลก ความว่า "ถึงบ้านกุมภเศรษฐีช่างปั้นหม้อขายกินเป็นนายบ้าน"
25) ช่างเป่าคุ่ย คือ ช่างเป่าขลุ่ย ปรากฏในอนุโลมญาณกฏหมายโบราณ ความว่า "ผิข้าช่างฟ้อรตีกองช่างเป่าคุ่ยหื้ตาย"
26) ช่างแปงเรือ คือ นายช่างสร้างเรือ ปรากฏในอนุโลมญาณกฏหมายโบราณ ความว่า "ผิว่าข้าฟันช่างแปงเรือ"
27) ช่างแปงกอง หรือช่างแปลงกอง คือ ช่างทำกลอง ปรากฏในอนุโลมญาณกฏหมายโบราณ ความว่า "ผิว่าข้าฟันช่าแปลงกองช่างค้อง"
28) ช่างแปลช่อขาวสัตขาว คือ คนทะธงและฉัตรสีขาว ปรากฏในอนโลมญาณกฏหมายโบราณ ความว่า "ผิว่าฟันช่างช่อขาวสัตขาว"
29) ช่างแปลงรูป คือ ช่างปั้น ปรากฏในอนุโลมญาณกฏหมายโบราณ ความว่า "ผิข้าฟันช่างแปลงรูป"
30) ช่างสน คือ ช่างปักหรือชุนผ้า ปรากฏในกฏหมายมังรายศาสตร์ ความว่า "เอาแก้วควรค่าร้อยคำใส่ไว้ยถงแทนแล้วหื้อช่างสนผู้ฉลาดสนไว้ย"
31) ช่างสว่า คือ ช่างจักสาน ช่างทำฉาบหรือบรรเลงฉาบเก่ง ปรากฏในอนุโลมญาณกฏหมายโบราณดความว่า "ผิข้าฟันช่างสว่า ช่างธล้อ สีซอตาย"
32) ช่างสาน คือ ช่างจักสาน ปรากฏในอนาคตวงศ์ ความว่า "พ่อ ลูกอันเป็นข่างสานอยู่ในเมือง"
33) ช่างโหรา คือ โหรหรือหมอดู ปรากฏในอนโลมญาณกฏหมายโบราณ ความว่า "ผิว่าหมอยาช่างโหราได้เสียเงินสี่ร้อย"
35) ช่างเอาท้ายเรือ คือ นายท้ายเรือ ปรากฏในอนุโลมญาณกฏหมายโบราณ ความว่า "ผิข้าฟันสจ่าช้างจ่าม้อช่างเอาท้อายเรือตายได้เสียเงิน"
36) ช่างหริน คือ ช่างอิฐช่างปูน ปรากฏในหัตถกัมมวินิจฉัยบาฬีฎีการอมสมมุติราช ความว่า "จิ่งตั้งผู้รู้กัมมกรสาตรไว้หื้เปนช่างไม้ช่างหริน"
37) ช่างหุ้ม คือ พนักงานหุ้มกลองเพื่อให้ใช้การได้ และอาจหมายถึงพนักงานแห่ด้วย ปรากฏในมหาชาติภาคพายัพ ความว่า "ช่างตีกลองคำกลองเงินและช่างหุ้ม จุ่งตีแต่คุ้มเราไป"
38) ช่างลาขัดเขิง คือ นักรำดาบ ปรากฏในคร่าวซอหงส์ผาคำ ความว่า "ทังหมู่ช่างฟ้อน ช่างลาขัดเขิง ฝูงแกว่นเชิง"
39) ช่างจอด หมายถึง ช่างเชื่อม เช่น ช่างเชื่อมสังกะสี หลังวัดหนองคำ เชียงใหม่ ซึ่งมีเชื้อสายตองซู่ (คำบอกเล่าของช่างจอด ด้านหลังวัดหนองคำ) เป็นต้น
2. คำว่า "สล่า"
นอกจากนั้นคำว่า "ช่าง" ในความหมายว่าผู้ชำนาญ ยังตรงกับคำในภาษาพม่าว่า "สล่า" (อ่านว่า สะหล่า) ในล้านนาซึ่งได้รับวัฒนธรรมพม่ายาวนานจึงมีคำเรียกช่างว่า "สล่า" เช่น(1) สล่ากลอง คือ ช่างทำกลอง หรือ คนชำนาญในการตีกลอง
(2) สล่าแน คือ ช่างทำปี่ หรือคนชำนาญในการเป่าปี่
(3) สล่าสาน คือ ช่างจักสาน
(4) สล่าเค้า คือ นายช่างใหญ่ หรือหัวหน้าช่าง
เป็นต้น
คำเรียก "ช่าง" หรือ "สล่า" ที่ปรากฏในเอกสารประเภทกฏหมายและวรรณกรรมดังกล่าว สะท้อนให้เห็นกลุ่มคนที่มีความชำนาญในด้านต่าง ๆ ที่มีอยู่จริงในสังคมล้านนา
3. คำว่า "ครัว" (อ่านว่า คัว)
คัว เป็นภาษาพูด ถ้าเป็นภาษาเขียนใช้ "ครัว" หมายถึง เตรียมการ หรือเครื่องมือเครื่องใช้ในอดีตคนล้านนาเรียกสินค้าหรือของทีค่จะขรายว่า "คัวค้า" เรียกเครื่องใช้ที่ทำด้วยทองคำว่า "คัวคำ" เรียกเครื่องใช้ที่ทำด้วยทองเหลืองว่้า "คัวตอง" เรียกเครื่องใช้ที่ทำด้วยเงินว่า "คัวเงิน" เรียกเครียงเขินว่า "คัวฮักคัวหาง" เรียกเครื่องมือที่ใช้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น