วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

อนุโมทนากถา

อนุโมทนากถา

ปฏิรูป เทสวาโส การอยู่ในถิ่นที่เหมาะสมเป็นมงคลที่ ๔ ในมงคลวชีวิต ๓๘ วัดศรีสุพรรณ ถนนวัวลายอยู่ในชุมชนที่มีประวัติศาสตร์ศิลปวัฒนธรรมและที่สคำคัญเป็นชุมชนช่างหล่อและหัตถกรรมเครื่องเงินที่ได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษจากรุ่นสู่รุ่นถึงปกัจจุบันมามากว่า ๕๐๐ ปี ดังหลัก,านจากหลักศิลาจารีกวัดศรีสุพรรณที่คงอยู่เป็นต้นทุนและมรดกอันล้ำค่ายิ่งที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงพัฒนาวัดและชุมชนตามยุคดังเช่น ปัจจุบัน

อุโบสถเงินและกิจกรรมที่เกิดขึ้นในชุมชนวัดศรีสุพรรณซึ่งเป็นสังคมเมืองตั้งอยู่แขวงเม็งรายเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้ริเริ่มก่อสร้ารงในวันวิสาขบูชา ปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมาได้ใช้ปดระวัติศาสตร์ชุมชนและมรดกชุมชนด้านพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถ่ินหัตถกรรมเครื่องเงินชุมชนวัวลาย โดยกลุ่มหัตถศลิป์ล้านนาวัดศรีสุพรรณ ร่วมกับคณะกรรมการวัด คณะศรัทธาวัดศรีสุะสพรรณ ช่างภูมิปัญญาชาวบ้านพุทธูศาสนิกชนน่วยงานองค์กร ผู้เห็นคุณค่าทุกภาคส่วนได้ร่วมกันสร้างขั้นบนฐานและพัทธสีมาเดิมพระประธานองค์เดิม (พระเจ้าเจ็ดตื้อ) โครงสร้างก่ออิฐถือปูน ประดับตกแต่งด้วยงานศิลปหัตถกรรมเครื่องเงินชุมชนวัวลาย เลือกใช้เงินบริสุทธิ์ประดับส่วนสำคัญและปลอดภัยและอะลูมิเนียมเป็นวัสดุแทนเงิน ประดับทุกส่วน ทั้งหลัง ซึ่งเป็นหลักแรกที่ช่างภูมิปัญญาและอะลูมิเนียมเป็นวัสดุแทนเงิน ประดับทุกส่วน ทั้งหลัง ซึ่งเป็นหลังแรกที่ช่างภูมิปัญญาท้องถิ่นหัตถกรรมเครื่องเงิน กลุ่มหัตถศิลป์ล้านนาวัดศรีสุพรรณ เป็นผู้สร้างสรรค์ขึ้นโดยได้รับความเมตตาอนุเคราะห์จากศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรีเป็นประธานที่ปรึกษาการดำเนินงานและได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานอนุญาตตราสัญลักษณ์ครองสิริราชสมบัตคคิครบ ๖๐ ปี ให้ช่างฝีมือได้จัดทำขึ้นเพื่อประดิษฐานหน้าบรรณอุโสถเงินหลังนี้ 

การดำเนินงานก่อสร้างอุศัยมิติทางพะพุทธศาสนาบูรณาการกับมรดกทางภุมิปัญญาหัตถกรรมเครื่องเงินชุมชนวัวลาย ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๗ ถึงปัจจุบันรวมเลา ๑๒ ปี เพราะจำเป็นต้องอาศัยฝีมือช่างภูมิปัญญาชาวล้านรังสรรค์งานศิลปะที่ปราณีตและทุนทรัพย์เป็นจำนวนมาก เป็นเหตุที่ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะสร้างสรรค์งานได้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ "เพื่อฝากศิลป์แก่แผ่นดิน ถวายไว้ในบวรพระพุทธศาสนา เทิดไท้องค์ราชันย์ราชการที่ ๙" สืบไปนั้นก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และการเปลี่ยนแปลงด้านการพัฒนาชุมชนวัดศรีสุพรรณและพื้นที่ใกล้เคียงในด้านต่าง ๆ อาทิ การตื่นตัวด้านการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น การพัฒนาศาสนวัตถุ ศาสนาสถาน กิจกรรมด้านส่งเสริมอาชีพก่อให้เกิดถนนคนเดินวัฒนธรรมวัวลายทุกวันเสาร์ สร้างงาน สร้างอาชีพ เศรษฐกิจชุมชนสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น เกิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งใหม่ตามลำดับมาซึ่งสอ ดคล้องกับหลักการพัฒนาแบบพึ่งพาตนเอง น้อมนำปรัชฒาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางปฏิบัติอย่างบูรณาการสนองงานคณะสงฆ์สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลอย่างมั่นคง และยั่งยืนได้อย่างเป็นที่ประจักนั้น

แต่กว่าจะเกิดผลสัมฤทธิ์ ด้านการพัฒนาชุมชนดังกล่าวต้องพานพบปัญหาและอุปสรรคในการสร้างอุโบสถเงินหลังนี้ มากมายและหลากหลายโดยเฉพาะปัญหาเทคนิควิธีการการก่อสร้างที่นำเอาโลหะมาเป็นวัสดุก่อให้เกิ ดคำถามเพราะความห่วงใยว่าอุโบสถหลังนี้จะดำไหม? ฟ้าจะผ่าไหม? ไฟจะดูดไหม? ความร้อนภายในจะแก้อย่างไร? และที่สำคัญปัญหาเรื่องความคิดและกปารกระทำของคนโดยเฉพาะอารมณ์ศิลป์ของช่างภูมิปัญญาชาวบ้านงานการสร้างอุโบสถเงินเป็นงานใหญ่ทำคำเดียวไม่ไหวทำร่วมกันก็ทำไปตามความคิดความเข้าใจของตนเอง มีความคิดความเห็นที่ไม่ลงลอยกัน ทำให้เห็นว่าสังคมยุคปัจจุบันขาดจิสาธารณะชัดเจนยิ่งขึ้น เห็นประโยชน์ตนมากว่าประโยชน์ส่วนรวม ปัญหาที่สำคัญอีกสิ่งหนึ่งคือทุนทรัพย์ที่จำกัดเกิดกำลังศรัทธาชาวบ้านศรีสุพรรณซึ่งมีประมาณ ๑๒๐ ครัวเรือน จำเป็นต้องอาศัยผุ้มีจิตศรัทธาทั่วไปจึงใช้เวลาการสร้างสรรค์งาน ๑๒ ปี และให้หลักการแก่ช่างผู้สร้างงานชิ้นนี้ว่าเอาเงินครึ่งหนึ่ง เอาบุญครึ่งหนึ่ง อาศัยแนวคิดทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สนองปณิธานที่จะร่วมกันฝากศิลป์แก่แผ่นดินถวายไว้ในบวรพระพุทธศาสนาเทิดไท้องค์ราชันย์รัชกาลที่ ๙ เป็นหลักการและวิธีการทำงานมาโดยตลอด

บัดนี้การก่อสร้างอุโบสถเงินหลักแรกของโลกจากช่างฝีมือช่างภูมิปัญญาชาวบ้านหัตถกรรมเครื่องเงินโดยกลุ่มหัตถศิลป์ล้านนาวัดศรีสุพรรณ และครูช่างภูมิปัญญาศูนย์ศึกษาศิลปะไทยโบราณสล่าสิบหมู่ล้านนาวัดศรีสุพรรณในกำกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติร่วมกับช่างภูมิปัญญาชาวบ้านผู้มีจิตสาธารณะในชุมชนจนสำเร็จ ครั้งนี้ แต่ก็ยึดถือจารีตของชาวล้านนาไว้ข้อหนึ่งคือ การสร้างศาสนสถานหลังที่สำคัญต้องค้างงาน ก่อสร้างไว้บางส่วนเพื่อเป็นเคล็ดแก้ "ขึด" ความเป็นอัปมงคลแก่ผู้ดำเนินการก่อสร้างแต่อย่างไรก็ตามการก่อสร้างอุโบสถเงินหลังนี้ได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่สำคัญ ๓ ประการ 

๑. เป็นอุโบสถที่ประดิษฐานพระเจ้าเจ็ดตื้อ (พระพุทธปาฏิหารย์ฯ อายุ ๕๑๖ ปี) และเป็นที่ประกอบสังฆกรรมของพระสงฆ์ในบวรพระพุทธศาสนาอย่างสมบูรณ์แล้ว

๒. เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของความเป็นชุมชนช่างหัตถกรรมเครื่องเงินรวบรวมเทคนิควิธีการองค์ความรู้้มรดกชุมชนและที่สำคัญเป็นอนุสรณ์สถานในการอนุรักษ์สืบสานงานศิลปะหัตถกรรมการดุนลายเครื่องเงินและโลหะให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยเกินกว่า ๕๐๐ ปี ในอนาคตสนองงานตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกๆ พระองค์

๓. ก่อให้เกิดการตื่นตัวเห็นคุณค่าในการอนุรักษ์สืบสานสืบทอดภูมิปัญาท้องถิ่นในระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ทั้งด้านวัตถุ ชิ้นงาน ผลิตผลงานภูมิปัญญา ก่อให้เกิดการเรียนรู้สู่เด็กเขาวชนและประชาชนผู้สนใจโดยเฉพาะพระภิกษุสามเณรในพระพุทธศาสนาผู้เป็นเจ้าของงานศิลปะช่างสิบหมู่ในอดีตได้มีส่วนร่วมสืบสาน และที่สำคัญก่อให้เกิดศูนย์ศึกษาศิลปะไทยโบราณสล่าสิบหมู่ล้านนาวัดศรีสุพรรณและในอนาคตจะยกระดับเป็นสถาบันการจัดการภูมิปัญญาล้านนาอย่างเป็นระบบมั่นคง และยั่งยืน สนองนโยบายภาครัฐให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ในโอกาสที่เมืองเชียงใหม่อายุครบ ๖๐ รอบนักษัตร ๗๒๐ ปี (พ.ศ.๑๘๓๙-๒๕๕๙) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครองราชย์ ครบ ๗๐ ปี (พ.ศ.๒๔๗๕-๒๕๕๙)สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ มีพระชนมายุ ครบ ๗ รอบ (พ.ศ.๒๔๗๕-๒๕๕๙) และเป็นการเปิดประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๙ ดังนั้น จึงจัดงานปอดยหลวงอุโบสถเงินวัดศรีสุพรรณ ฉลอง ๗๒๐ ปี นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ ถวายเป็นพระราชกุศลด้วยจิตและเจตนาจึงจัดทำหนังสือเล่มนี้ขึ้นเป็นอนุสรณ์ในงานครั้งนี้เพื่อความเข้าใจก่อให้เกิดปัญญาและสร้างศรัทธาอย่างยั่งยืน ดังเช่น การสร้างอุโบสถเงินหลังนี้จะคงอยู่คู่เมืองไทยเป็นร้อย ๆ ปี ขอขอบคุณผู้เห็นคุณค่าร่วมสร้างสรรค์งานครั้งนี้ ทั้งฝ่ายช่างภูมิปัญญาชาวบ้าน ผู้มีจิตศรัทธาเจ้าภาพ ผู้ร่วมทำบุญตามเจตนาทุกท่านทุกฝ่าย ขอผลอานิสงส์ ที่ได้กระทำบำเพ็ญบุญเป็นปัจจัยแก่ทุกท่านทุกฝ่ายได้สมปรารถนาตลอดกาลนาเทอญฯ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น